เกลือแร่ (Electrolytes) คือแร่ธาตุที่ละลายในน้ำและแตกตัวเป็นประจุไฟฟ้า มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกายเกือบทุกระบบ ตั้งแต่การทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท การควบคุมสมดุลน้ำ ไปจนถึงการรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ
เมื่อร่างกายเสียเหงื่อ ออกกำลังกายหนัก ท้องเสีย อาเจียน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายจะสูญเสียเกลือแร่ออกไป หากไม่ได้รับการทดแทนอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด เป็นตะคริว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
ประเภทของเกลือแร่ที่สำคัญต่อร่างกาย
เกลือแร่ที่พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องดื่มเกลือแร่ ได้แก่
โซเดียม (Sodium)
ช่วยควบคุมสมดุลน้ำ ความดันโลหิต และการทำงานของระบบประสาท
โพแทสเซียม (Potassium)
สำคัญต่อการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ รวมถึงการทำงานของหัวใจ
คลอไรด์ (Chloride)
ช่วยรักษาสมดุลกรด-ด่าง และการย่อยอาหาร
แมกนีเซียม (Magnesium)
ลดการเป็นตะคริว ช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบประสาททำงานปกติ
แคลเซียม (Calcium)
ช่วยในการหดตัวของกล้ามเนื้อ การแข็งตัวของเลือด และกระดูก
ประโยชน์ของเกลือแร่ต่อสุขภาพ
การได้รับเกลือแร่อย่างเหมาะสมช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
ป้องกันภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
ลดอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด วิงเวียน
ช่วยลดการเป็นตะคริวระหว่างหรือหลังออกกำลังกาย
สนับสนุนการทำงานของหัวใจและระบบประสาท
ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังเจ็บป่วยหรือเสียเหงื่อมาก
ใครบ้างที่ควรเสริมเกลือแร่
ผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้ง
ผู้สูงอายุ
ผู้ที่ท้องเสีย อาเจียน หรือเสียเหงื่อมาก
ผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เป็นตะคริวบ่อย
ผู้ที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนเป็นประจำ
เกลือแร่แบบไหนดีกว่ากัน?
ปัจจุบันเกลือแร่มีหลายรูปแบบ เช่น
ผงชงดื่ม ดูดซึมง่าย เหมาะกับการฟื้นฟูเร็ว
เม็ดฟู่ (Effervescent) ดื่มง่าย ให้ความสดชื่น
แคปซูล / เม็ด เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบรสชาติ
การเลือกควรพิจารณาปริมาณโซเดียมที่เหมาะสม ไม่หวานเกินไป และมีแร่ธาตุครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย
สรุป
เกลือแร่ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มสำหรับคนออกกำลังกายเท่านั้น แต่เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลภายในร่างกาย หากเลือกเสริมอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น ฟื้นตัวเร็ว และลดความเสี่ยงจากภาวะขาดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ









