กรดโฟลิก (Folic Acid) คือวิตามินในกลุ่มวิตามินบี หรือที่เรียกว่า วิตามินบี 9 (Vitamin B9) มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเซลล์ใหม่ การสร้างเม็ดเลือดแดง และการทำงานของระบบประสาท โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่วางแผนมีบุตร และผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง
ในปัจจุบัน กรดโฟลิกถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักใน อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อย่างแพร่หลาย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินชนิดนี้ได้เอง จำเป็นต้องได้รับจากอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ประโยชน์ของกรดโฟลิกในอาหารเสริม
1. ช่วยลดความเสี่ยงความพิการของทารกในครรภ์
กรดโฟลิกมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาของสมองและไขสันหลังของทารก โดยเฉพาะในช่วง 4 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ การได้รับกรดโฟลิกอย่างเพียงพอช่วยลดความเสี่ยงของภาวะ Neural Tube Defects (NTDs)
2. ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโลหิตจาง
กรดโฟลิกจำเป็นต่อการสร้าง DNA และเม็ดเลือดแดง หากขาดอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เหนื่อยง่าย หน้ามืด ใจสั่น
3. บำรุงระบบประสาทและสมอง
มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาท ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม และช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ช่วยควบคุมระดับโฮโมซิสเทอีน (Homocysteine)
ระดับโฮโมซิสเทอีนที่สูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด กรดโฟลิกช่วยลดระดับสารนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใครบ้างที่ควรเสริมกรดโฟลิก?
หญิงตั้งครรภ์ หรือวางแผนตั้งครรภ์
ผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง
ผู้สูงอายุ
ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
ผู้ที่รับประทานผักใบเขียวน้อย
ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพหัวใจและสมอง
ปริมาณกรดโฟลิกที่แนะนำต่อวัน
กลุ่ม
ปริมาณที่แนะนำ
ผู้ใหญ่ทั่วไป400 ไมโครกรัม
หญิงตั้งครรภ์600 ไมโครกรัม
หญิงให้นมบุตร500 ไมโครกรัม
⚠️ ไม่ควรรับประทานเกิน 1,000 ไมโครกรัมต่อวัน เว้นแต่แพทย์แนะนำ
กรดโฟลิกในอาหารเสริม ควรเลือกแบบไหนดี?
✔ ใช้ Folic Acid หรือ L-Methylfolate (ดูดซึมดี เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการเปลี่ยนรูปวิตามิน)
✔ มีการระบุปริมาณชัดเจน
✔ ผลิตในโรงงานมาตรฐาน GMP / HACCP
✔ มีเอกสาร COA รับรองคุณภาพวัตถุดิบ
รูปแบบอาหารเสริมกรดโฟลิกที่นิยม
แคปซูล
เม็ดอัดแข็ง
เม็ดเคี้ยว
ซองผงชงดื่ม
สูตรรวมกับวิตามินบีรวม / ธาตุเหล็ก / DHA
สรุป
กรดโฟลิกเป็นวิตามินที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะสตรีวัยเจริญพันธุ์และหญิงตั้งครรภ์ การเลือกอาหารเสริมกรดโฟลิกที่มีคุณภาพและปริมาณเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว









