วิตามินดี (Vitamin D) เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพหลายด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องกระดูกเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน กล้ามเนื้อ ฮอร์โมน และการทำงานของเซลล์ทั่วร่างกาย ปัจจุบันพบว่าคนทำงานในออฟฟิศ คนที่หลีกเลี่ยงแสงแดด หรือผู้สูงอายุ มีภาวะขาดวิตามินดีมากกว่าที่คิด
หน้าที่และประโยชน์ของวิตามินดี
1. เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
วิตามินดีช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากลำไส้ หากขาดวิตามินดี ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมได้น้อย เสี่ยงต่อกระดูกบาง กระดูกพรุน และกระดูกหักง่าย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและสตรีวัยหมดประจำเดือน
2. เสริมภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
วิตามินดีมีบทบาทในการกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ดีขึ้น งานวิจัยจำนวนมากพบว่าผู้ที่มีระดับวิตามินดีเหมาะสม มักป่วยเป็นหวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจน้อยลง
3. ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
วิตามินดีช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง และช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ
4. เกี่ยวข้องกับสมดุลฮอร์โมนและอารมณ์
มีข้อมูลสนับสนุนว่าวิตามินดีเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองและสารสื่อประสาท การขาดวิตามินดีอาจสัมพันธ์กับอาการอ่อนเพลีย ซึมเศร้า หรืออารมณ์แปรปรวนได้
แหล่งของวิตามินดี
☀️ แสงแดด
ร่างกายสามารถสร้างวิตามินดีได้เองเมื่อผิวหนังสัมผัสแสงแดด โดยเฉพาะแดดช่วงเช้า แต่ไลฟ์สไตล์คนเมืองทำให้ได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ
🥚 อาหาร
วิตามินดีพบในอาหารบางชนิด เช่น
ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน
ไข่แดง
นมและผลิตภัณฑ์นมเสริมวิตามินดี
อย่างไรก็ตาม ปริมาณวิตามินดีจากอาหารเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ
💊 อาหารเสริมวิตามินดี
อาหารเสริมวิตามินดีจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงาน ผู้สูงอายุ และผู้ที่ตรวจพบว่ามีภาวะขาดวิตามินดี
วิตามินดีมีกี่รูปแบบ?
Vitamin D2 (Ergocalciferol) : มาจากพืชและยีสต์
Vitamin D3 (Cholecalciferol) : มาจากสัตว์และการสังเคราะห์จากแสงแดด ดูดซึมและเพิ่มระดับวิตามินดีในเลือดได้ดีกว่า จึงนิยมใช้ในอาหารเสริม
ใครบ้างที่ควรเสริมวิตามินดี
คนทำงานในออฟฟิศ ไม่ค่อยโดนแดด
ผู้สูงอายุ
ผู้ที่ปวดกระดูก ปวดข้อ หรือเป็นตะคริวบ่อย
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ป่วยง่าย
ผู้ที่ตรวจเลือดแล้วพบว่าระดับวิตามินดีต่ำ
ปริมาณวิตามินดีที่แนะนำ
โดยทั่วไป แนะนำประมาณ 600–800 IU ต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่ และอาจเพิ่มตามคำแนะนำของแพทย์ในกรณีที่มีภาวะขาดวิตามินดี อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับประทานเกินขนาดต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
สรุป
วิตามินดีเป็นวิตามินสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ตั้งแต่กระดูก ภูมิคุ้มกัน กล้ามเนื้อ ไปจนถึงคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน การดูแลให้ร่างกายได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะจากแสงแดด อาหาร หรืออาหารเสริม จึงเป็นหนึ่งในพื้นฐานของการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน








